Home   Products   How to Buy   Forum   Showroom   About us   Location   Contact Us 
Promotion
Pre Owned Items
Jet Live High End

Product Category

สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
สินค้าโปรโมชั่น
 

Products by Brand

Abyss by JPS Labs

Acoustic Research

AKG

ALO Audio

Alpha Design Labs

April Music

Astell&Kern

Astrotec

Audeze

Audioengine

Audiolab

AudioQuest

Audio Technica

AURALiC

Aurender

Ayre

Bang & Olufsen (B&O)

Beats by Dr.Dre

Belkin

Beyerdynamic

Blue Horizon

Bose

Bowers & Wilkins (B&W)

Brimar Audio

Bryston

Burson Audio

C Lab

Calyx Audio

Cambridge Audio

Campfire Audio

Cary Audio

Certon

Chord Electronics

Clef Audio

Comply Foam

Denon

Discovery

DUNU

Dynaudio

Eastern Electric

Edifier

Etymotic

exaSound

FiiO

Final Audio Design

finite elemente

Firestone Audio

FitEar

Focal

Fostex

Furutech

GAUDER AKUSTIK

Goebel High End

Grado

Harman Kardon

HAVI

Hegel

HiFiMAN

Hidizs

Hifi Tuning

iBasso

iFi Audio

iPowerUS

Iriver

IsoTek

JayBird

JBL

Jet Live Audio

JH Audio

JPS Labs

JVC

Just Mobile

Kef

Kimber

Klipsch

KOSS

LiFaTeC

Linn

Logitech UE

LUMIN Music

M2Tech

MAGMA

Magico

Manger

Marantz

Marshall Headphones

MartinLogan

McIntosh

Meier Audio

Mission

MIT Cables

MK Sound

Monster

Naim Audio

NEO by Oyaide

No Brand

North Star Design

OCTAVE

OPPO Digital

OSTRY

Oyaide

Pangea

Parrot

Philips

Polk Audio

Q Acoustics

Resonessence Labs

RHA Audio

Sennheiser

Shure

Sieveking Sound

SMS Audio

SOL REPUBLIC

SONOS

Sony

SOtM

SoundMAGIC

Stage III Concepts

STAX

Synergistic Research

TAKT

TAOC

TEAC

Triad Audio

ttPod

Ultrasone

Unique Melody

Viard Audio Design

Violectric

Vitus Audio

V-MODA

Wadia

Wattgate

Weiss

Westone

Woo Audio

X-1

XTZ

Yuin

Yulong

YurBuds

 
Payment
ผ่อนบัตรเครดิต

"Jerry Harvey" พระเจ้าและผู้บุกเบิกหูฟัง IEM - จาก Ultimate Ears ไปสู่ JH Audio ตอน 1

"Jerry Harvey" พระเจ้าและผู้บุกเบิกหูฟัง IEM - จาก Ultimate Ears ไปสู่ JH Audio ตอน 1

"Jerry Harvey" God and Pioneer of IEM - from Ultimate Ears to JH Audio  
   
                   ถ้าถามคนที่อยู่ในวงการ Gadget ว่าสุดยอดหูฟัง In Ear ของโลกนี้คือยี่ห้ออะไร ไม่ต้องสงสัยเลยว่า Ultimate Ears ต้องติดอยู่ใน 5 ลำดับแรกอย่างแน่นอน โดยเฉพาะยิ่งถ้าเป็นหูฟัง In Ear Custom Monitor นั้นนอนมาอันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะมีศิลปินทั่วโลกใช้ถึงประมาณ 75% เลยทีเดียว โดยเฉพาะรุ่นท็อปอย่างตัว UE 11 Pro ที่เป็นหูฟังในฝันของใครหลายๆคน รวมถึงตัวผมเองในอดีตที่เคยอยากจะครอบครองหูฟังตัวนี้มากที่สุด แต่ถ้าถามว่าแล้วใครคือคนที่ design หูฟัง in ear ที่เก่งที่สุดในโลกล่ะ ผมเชื่อว่าหลายๆคนให้คำตอบไม่ได้ว่าใคร เพราะส่วนใหญ่แล้วจะรู้จักแต่ยี่ห้อที่ผลิตออกมามากกว่าคน design แต่สำหรับผมแล้ว ณ ตอนนี้ผมนึกออกแค่คนๆนี้คนเดียวเท่านั้น นั่นคือ “Jerry Harvey”

            ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่มักไม่รู้จักว่าเขาคือใคร Jerry Harvey คือผู้ก่อตั้งบริษัท Ultimate Ears และเป็นคนพัฒนาและดีไซน์หูฟังของ Ultimate Ears ทุกตัวตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทจนถึงหูฟังตัวสุดท้าย UE 11 Pro ก่อนที่จะผันตัวเองออกจากตำแหน่งประธานบริษัทและขายบริษัทให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการคอมพิวเตอร์อย่าง Logitech ไปด้วยวงเงิน 34 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากนั้นเขาก็เงียบหายไปเป็นปีกว่าๆ ซึ่งช่วงนี้เอง วงการหูฟัง Custom ค่อนข้างเงียบเหงาพอสมควร ไม่มีอะไรใหม่ๆให้ออกมาพูดคุยมากนัก จนถึงเมื่อกลางปีนี้ที่วงการหูฟังก็ต้องสั่นไหวอีกครั้ง เมื่อ Jerry กลับมาเขย่าวงการหูฟัง Custom In-Ear Monitor อีกครั้งด้วยการเปิดตัวบริษัทที่ชื่อว่า JH Audio (ซึ่งย่อมาจาก Jerry Harvey) โดยมีหัวขบวนทัพอย่างรุ่น JH13 Pro เป็นตัวชูโรง ซึ่งยอดสั่งจองช่วงแรกถล่มทลายจนพนักงานในบริษัททำงานไม่ทัน ออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งมาต้องเลื่อนออกไปแทบทุกคน พนักงานทุกคนต้องมานั่งทำงานผลิตหูฟังถึงวันละ 15 ชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งใน Head-fi นั้น แน่นอนว่ากระทู้เกี่ยวกับ JH13 Pro appreciation ก็เป็นกระทู้ที่ร้อนแรงที่สุดของปี นับถึงตอนนี้ก็จำนวนหน้าไม่ต่ำกว่า 500 หน้าเข้าไปแล้ว นั่นแสดงให้เห็นถึงความอัจฉริยะทางด้าน sound engineering ของ Jerry อย่างแท้จริง ซึ่งไม่ว่าจะทำอะไรใหม่ๆขึ้น ก็มีแต่คนคอยติดตาม ยอมรับและชื่นชมผลงานมาโดยตลอด
   
          ย้อนกลับปี 1995 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการกำเนิดหูฟัง In ear custom monitor ของตัว Jerry เองนั้น ซึ่งแรงบรรดาลใจที่ทำให้ Jerry และ Mindy สองสามีภรรยาได้เริ่มต้นอาชีพเกี่ยวกับการพัฒนาหูฟังให้ศิลปินและให้กำเนิด บริษัท Ultimate Ears ในเวลาต่อมานั้นมาจาก Van Halen วงร็อค heavy metal ระดับตำนานที่ก่อตั้งโดยสองพี่น้อง Alex และ Eddie โดยวง Van Halen เพิ่งถูกบรรจุเข้า hall of fame เมื่อปี 2007 ที่ผ่านมานี่เอง ซึ่งในปี 1995 นั้น  Alex Van Halen มือกลองของวงมีปัญหาระเอือมระอาเกี่ยวกับเสียงรบกวนต่างๆไม่ว่าจะเป็นเสียง ดนตรีที่ทางวงเล่นกันหรือเสียงของคนดูที่แหกปากกรีดร้องตามเพลง ซึ่งเสียงเหล่านั้นเปรียบเหมือนฆาตกรที่ค่อยๆทำลายประสาทหูของพวกเขาเรื่อยๆ และระดับความดังในดนตรีที่พวกเขาเล่นนั้น มันเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับนักดนตรีในวงที่จะเล่นเพลง “Ain’t talkin’ Bout Love” ให้ เข้าคีย์และทำนองของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นอย่างถูกต้อง “มันเป็นปัญหาเก่าๆที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย” Alex กล่าว.. “ทุกคนในวงพยายามที่จะเล่นให้ดังมากกว่าคนที่อยู่ข้างๆ และก่อนที่ทุกคนจะรู้ตัวนั้น วงก็เล่นไปถึงเพลงที่ 6 แล้ว”


        “Ed และผมเล่นด้วยกันบ่อยที่สุด” Alex Van Halen กล่าว... “และถ้าเขาและผมได้อยู่บนเวทีคอนเสิร์ต มันชัดเจนเลยว่าสิ่งพวกเราต้องการคือเครื่องมือที่ช่วยป้องกันเสียงรบกวนเหล่านั้นได้” ซึ่งพวกเขาได้หงุดหงิดเป็นอย่างมากกับปัญหานี้ในระหว่างการซ้อมของวงสำหรับทัวร์ที่ชื่อว่า Balance Tour ซึ่ง Alex ถึงขั้นขว้างสิ่งของลงบนพื้นด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวกับปัญหาที่แก้ไม่ตกนี้ และปัญหานี้ก็ได้ไปสู่ถึง audio engineer ของวง – Jerry Harvey ที่เป็นความท้าทายของเขาในการขจัดปัญหาของวงออกไป
   
         ตัว Jerry Harvey เองนั้น เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการณ์นี้อย่างโชกโชน โดยได้เดินทางไปทั่วโลกเพื่อ mix เสียงให้กับวงอย่าง Kiss, Morrissey, The Cult, Van Halen รวมถึง David Lee Roth ซึ่ง Jerry ได้ทำงานร่วมกับวงต่างๆเป็นสิบปี โดย Jerry ได้พบกับ Roth เป็นครั้งแรกในบาร์เมื่อยุค 1980s และก็นำไปสู่การทำงานร่วมกับ Van Halen ในเวลาต่อมา (David Lee Roth เป็นหนึ่งในสมาชิกวงก่อนจะออกจากวงเมื่อปี 1985)  ณ ตำแหน่งที่เขาต้องอยู่บริเวณด้านซ้ายบนฉากหลังของเวที นั่นคือสถานที่เขาต้องทำงาน เพื่อที่จะทำให้มั่นใจว่าสมาชิกทั้งหมดของวงชอบในสิ่งที่พวกเขาได้ยิน “งานนี้มันเป็นเหมือนกับกึ่งวิศวกรกึ่งหมอโรคจิตของพวกร็อคสตาร์” Jerry กล่าว “บางครั้งก็ต้องรับมือกับอารมณ์ฉุนเฉียวและทิฐิของใครหลายคน แต่มันไม่มีอะไรเทียบได้กับการได้เห็นแฟนเพลงกว่า 14,000 หลั่ง adrenaline ออกมาและกรีดร้องเมื่อไฟคอนเสิร์ตดับลง และมันทำให้ผมรักงานนี้มาก (I love mixing)”

         Jerry Harvey ผู้ที่เป็นช่างโดยสายเลือดนั้น ได้เริ่มต้นใช้เวลาว่างของเขาระหว่างการตระเวณทัวร์ด้วยการแก้ไขปัญหาเรื่องเสียงของ Alex ซึ่งในระหว่างทัวร์จัดที่ญี่ปุ่นนั้น เขาได้ไปเจอกับบริษัทอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ และที่อเมริกาเขาได้ไปเจอกับลำโพงที่ออกแบบเพื่อใช้กับเครื่องเคาะจังหวะ (pacemaker) เขาได้นำอุปกรณ์ทั้งสองชิ้นมา mix & match กัน จนกระทั่งเขาได้ prototype สำหรับ in-ear speaker system เขาได้ทำการเชื่อมระหว่างอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการฟังด้วยสายเคเบิลบางๆไปยัง receiver (ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วในขณะนั้น) ซึ่งทำให้ Alex สามารถสวมใส่มันกับเข็มขัดได้ โดยตัว receiver นั้นก็รับสัญญาณแบบไร้สายมาจาก mixing board ของ Jerry อีกทีนึง สิ่งที่เขาคิดค้นนั้นทำหน้าที่เป็น in-ear monitor ซึ่งโดยจริงๆแล้วมันก็เหมือนกับ monitor speakers บนเวทีสำหรับศิลปินแบบย่อส่วนนั่นเอง โดย in-ear monitors ที่เขาคิดค้นขึ้นมานั้นมี 2 drivers หรือลำโพงเล็กๆ 2 ตัวเพื่อที่จะแยกเสียงเป็นสองย่านความถี่ ได้แก่ย่านเสียงต่ำ (bass) และย่านเสียงสูง (treble) และเขาได้ทำให้มันฟิตกับหูของ Alex ด้วยการใส่ drivers ลงไปใน shell ที่มาจากแบบพิมพ์หู  (impressions) ของหู Alex ซึ่ง in-ear monitors ตัวนี้นั้นเป็นระบบปิดเพื่อป้องกันเสียงรบกวนที่ล้อมรอบ เพื่อทำให้มือกลองได้ยินเสียงเครื่องดนตรีอื่นๆอย่างชัดเจนและเงียบสงัด "มันเหมือนกับกลางคืนและกลางวันเลยทีเดียว" Alex กล่าว..


          หลัง จากนั้น Van Halen ก็ได้ออกทัวร์ไปเรื่อยๆ และได้มีวง Skid Row เป็นวงเปิด ซึ่งวง Skid Row ก็ได้สนใจในสิ่งที่ Jerry สร้างขึ้นมาเป็นอย่างมาก จึงขอซื้อหูฟังแบบเดียวกับที่ Jerry ทำให้ Alex ไป 6 คู่ด้วยจำนวนเงิน  $3000 และอีกครั้งในระหว่างทัวร์ นักร้องที่ชื่อว่า Englebert Humperdinck  ได้แสดงความต้องการในสิ่งประดิษฐ์ที่ Jerry สร้างขึ้น ซึ่ง Jerry ได้มองเห็นถึงโอกาสอันสดใส เขาจึงตัดสินใจที่จะเปิดบริษัทเล็กๆขึ้นมา และได้คิดชื่อบริษัทว่า Ultimate Ears ระหว่างกำลังทัวร์อยู่นั่นเอง หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ ก็มีการกระจายข่าวกันไปอย่างรวดเร็วในกลุ่ม rock and roll เกี่ยวกับ สิ่งประดิษฐ์ที่เกี่ยวกับการได้ยินที่ Ultimate Ears ทำขึ้นมา จนในที่สุดมันก็ได้เปลี่ยนแปลงวงการอุตสาหกรรมให้ดีขึ้นไป

         ใน ช่วงเวลานั้น Jerry กำลังใช้ชีวิตอยู่กับอาชีพในฝันของเขา และจริงๆแล้วการเปิดบริษัทขึ้นมานั้นห่างไกลจากสิ่งที่เขาคิดเป็นอย่างมาก แต่ Mindy Harvey อดีตภรรยาของเขา ซึ่งในช่วงเวลานั้นกำลังทำงานเป็น sales manager อยู่ที่บ้านเกิดเมือง St.Louis และกำลังมองหางานอื่นไปด้วย เนื่องจากว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงเพียงคนเดียวในการแข่งกับบริษัทอื่นในการขายสินค้าและรู้สึกไม่มีความสุขในการทำงานท่ามกลางบุคคลเหล่านั้น และความที่ Mindy มีความตั้งใจที่จะทำธุรกิจเป็นของตัวเองอยู่แล้ว เขาทั้งสองคนจึงมาร่วมมือกันในการสร้างบริษัทขึ้นมา

         เขาทั้งสอง คนเริ่มดำเนินธุรกิจด้วยความไร้ประสบการณ์ แต่พวกเขาเชื่อว่าถ้าพวกร็อคสตาร์ให้การสนับสนุนโดยการยืนยันคุณภาพของ สินค้า อย่างเช่นสิ่งที่ Alex Van Halen ได้พูดเกี่ยวกับ Ultimate Ears ไว้ว่า "ผมรัก Ultimate Ears มากๆ พวกเขาเหลือเชื่อจริงๆ เยี่ยมยอดที่สุด" ซึ่งถ้านักดนตรีที่พิถีพิถันอย่าง Alex Van Halen ยืนยันอย่างนั้น พวกเขาคิดว่าอาจจะสามารถทำกำไรได้อย่างงดงามในตลาดที่ยังไม่เคยมีคนลงทุนมา ก่อนอย่างก้าวกระโดดทีเดียว


Contact us

Customer Service
     jetliveaudio@live.com
Dealer & Business cooperation
     business_jj@hotmail.com 

Telephone

     
Store: 097-0796514

 Line ID: jetliveaudio

Store Hours
   
Open Everyday 11.00 a.m. - 08.00 p.m.

Please Click Here for Location


Address

 บจก. เจ็ท ไลฟ์ ออดิโอ 388 Exchange Tower ชั้น 2
ยูนิต 210 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กทม. 10110

  Jet Live Audio Co., Ltd. 388 Exchange Tower 2nd fl
unit 210 Sukhumvit Rd. Klongtoey Klongtoey, Bangkok 10110


Shop

How to buy

International Order

Articles

Shop by Brand

Shop by Category

Sale & Promotion

Special Combo

Used Items

Hot Items

Recommended Items


Home

About Us

Our customers

Forum

Showroom

Demo List

Warranty & Return Policy

FAQ




Social Network




 Copyright © 2009-2014 Jet Live Audio Co., Ltd. All rights reserved.

 
  
view