Home   Products   How to Buy   Forum   Showroom   About us   Location   Contact Us 
Promotion
Pre Owned Items
Jet Live High End

Product Category

สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
สินค้าโปรโมชั่น
 

Products by Brand

Abyss by JPS Labs

Acoustic Research

AKG

ALO Audio

Alpha Design Labs

April Music

Astell&Kern

Astrotec

Audeze

Audioengine

Audiolab

AudioQuest

Audio Technica

AURALiC

Aurender

Ayre

Bang & Olufsen (B&O)

Beats by Dr.Dre

Belkin

Beyerdynamic

Blue Horizon

Bose

Bowers & Wilkins (B&W)

Brimar Audio

Bryston

Burson Audio

C Lab

Calyx Audio

Cambridge Audio

Campfire Audio

Cary Audio

Certon

Chord Electronics

Clef Audio

Comply Foam

Denon

Discovery

DUNU

Dynaudio

Eastern Electric

Edifier

Etymotic

exaSound

FiiO

Final Audio Design

finite elemente

Firestone Audio

FitEar

Focal

Fostex

Furutech

GAUDER AKUSTIK

Goebel High End

Grado

Harman Kardon

HAVI

Hegel

HiFiMAN

Hidizs

Hifi Tuning

iBasso

iFi Audio

iPowerUS

Iriver

IsoTek

JayBird

JBL

Jet Live Audio

JH Audio

JPS Labs

JVC

Just Mobile

Kef

Kimber

Klipsch

KOSS

LiFaTeC

Linn

Logitech UE

LUMIN Music

M2Tech

MAGMA

Magico

Manger

Marantz

Marshall Headphones

MartinLogan

McIntosh

Meier Audio

Mission

MIT Cables

MK Sound

Monster

Naim Audio

NEO by Oyaide

No Brand

North Star Design

OCTAVE

OPPO Digital

OSTRY

Oyaide

Pangea

Parrot

Philips

Polk Audio

Q Acoustics

Resonessence Labs

RHA Audio

Sennheiser

Shure

Sieveking Sound

SMS Audio

SOL REPUBLIC

SONOS

Sony

SOtM

SoundMAGIC

Stage III Concepts

STAX

Synergistic Research

TAKT

TAOC

TEAC

Triad Audio

ttPod

Ultrasone

Unique Melody

Viard Audio Design

Violectric

Vitus Audio

V-MODA

Wadia

Wattgate

Weiss

Westone

Woo Audio

X-1

XTZ

Yuin

Yulong

YurBuds

 
Payment
ผ่อนบัตรเครดิต

"Jerry Harvey" พระเจ้าและผู้บุกเบิกหูฟัง IEM - จาก Ultimate Ears ไปสู่ JH Audio ตอน 4

"Jerry Harvey" พระเจ้าและผู้บุกเบิกหูฟัง IEM - จาก Ultimate Ears ไปสู่ JH Audio ตอน 4

        หลังจากที่ Jerry สร้างสรรค์ผลงานให้กับศิลปินมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Madonna, Rolling Stones, Gnarls Barkley เป็นต้น แต่ถึงแม้ว่าบริษัทจะเติบโตไปอย่างรวดเร็ว ก็ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะสามารถก้าวเดินไปตลอดรอดฝั่งได้ แม้แต่บริษัทที่ประสบความสำเร็จมามากมายก็ไม่สามารถผ่านช่วงวิกฤตเช่นนี้ได้เสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่เล็กอย่างนี้อาจจะไม่สามารถรับมือกับการเติบโตที่เร็วเกินไปได้ ดังนั้น ทั้ง Jerry และ Mindy ก็เริ่มที่จะพิจารณาขายบริษัททิ้ง หลังจากทั้งคู่ปรึกษาหารือกันอย่างจริงจัง ก็มีบทสรุปว่าทั้งคู่นั้นไม่อยากจะดำเนินชีวิตอย่างกดดันอย่างนี้ต่อไปแล้ว ในที่สุด “Ultimate Ears” ก็ได้เข้าไปอยู่ในรายชื่อตลาดซื้อขายอย่างเป็นทางการ แต่ Jerry นั้นไม่สามารถรอจนถึงตอนที่บริษัทถูกขายทิ้งได้ เขาจึงลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัท Ultimate Ears เมื่อต้นปี 2008 หลังจากที่เขาปล่อย UE 11 Pro ผลงานระดับท็อปชิ้นสุดท้ายไว้ให้ Ultimate Ears เมื่อปีก่อนหน้าที่เขาจะออก ส่วน Mindy นั้นก็ยังคงจะคุมบริษัทต่อไปจนถึงปลายปี

           ใน ที่สุดความปรารถนาของ Mindy ก็เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2008 เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่จากสวิสเซอร์แลนด์ Logitech (NASDAQ:LOGI) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าพวกเขาได้ซื้อบริษัท Ultimate Ears ด้วยเงินสดจำนวน $34 ล้านเหรียญ โดยทางบริษัท Logitech ให้คำมั่นสัญญาว่า พนักงานของบริษัทไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเทคนิคและฝ่ายบริหารจะยังคงทำงานอยู่ในบริษัทตามบทบาทเดิมต่อไป รวมถึง Bob Allison ที่ยังคงดำรงตำแหน่ง CEO ของบริษัทอยู่ “Ultimate Ears คือบริษัทที่สมบูรณ์แบบสำหรับ Logitech และเหมาะสำหรับการตลาดทางด้านดนตรีของพวกเรามาก” Gerald P.Quindlen ประธานและ CEO ของบริษัท Logitech กล่าว... “จากประสบการณ์ทางด้านการตลาดและการบริหารในตลาดต่างประเทศของพวกเรานั้น เราเชื่อมั่นว่าเราสามารถนำ Ultimate ears ไปสู่การประสบความสำเร็จ และการได้กำไรที่มากขึ้นกว่าเดิม โดยเราจะทำการตลาดไปสู่ทุกกลุ่มชนชั้นและกระจายตลาดไปทั่วโลก และด้วยความเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าที่เรามีนั้น เราสามารถจะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่จะทำให้พวกเขาพบกับสิ่งที่เขาต้องการได้ แน่นอน”


              แต่มีสิ่งนึงที่ Logitech พลาดอย่างมหันต์เมื่อไม่ได้เซ็นสัญญากับ Jerry ในการห้ามนำเทคโนโลยีการผลิตและวิจัยไปใช้ในบริษัทอื่นหรือบริษัทใหม่ของตัวเอง

          นอกจากเป็น sound engineer และเป็นคนผลิต custom in-ear monitor ให้กับผู้ที่หลงใหลในเสียงเพลงแล้ว Jerry ยังมีงานอดิเรกอีกอย่างหนึ่งที่เขารักมาก มันเป็นสิ่งที่ทำให้คนอย่าง Jerry ได้ล่องลอยไปบนฝากฟ้าอย่างอิสระ นั่นก็คือ การขับเครื่องบินนั่นเอง Jerry เริ่มหัดบินเมื่อตอนปี 2003 เขามีเครื่องบินส่วนตัวอยู่ลำหนึ่งและชอบใช้มันบินไปทั่วยามเมื่อเขาว่าง หลังจากที่เขาเข้าคอร์สเรียนการบินภายในประเทศระยะหนึ่ง เขาตระหนักขึ้นมาว่า ในเมื่อการขับเครื่องบินขนาดเล็กนั้นทำให้เกิดมลภาวะทางเสียงไม่ยิ่งหย่อนไป กว่าการอยู่บนเวทีคอนเสิร์ตเลย ไม่ว่าจะเป็นเสียงกลอง เสียงลำโพง หรือเสียงเครื่องบินขนาดเล็กในห้องเครื่องคุม ต่างก็เหมือนกัน “ความอ่อนล้าของประสาทหูและการสูญเสียการได้ยินเกิดได้จากทั้งการเล่นดนตรี และการขับเครื่องบินเลย” Jerry กล่าว... “มันเห็นได้ชัดว่าความดังของการได้ยินและระยะเวลาของการได้ยินนั้นแปรผันตรง กับการสูญเสียการได้ยิน” ฉะนั้นเขารู้ทันทีว่าเทคโนโลยีที่เขาสร้างให้กับพวกร็อคสตาร์ทั้งหลายนั้น สามารถนำมาปรับใช้กับตรงนี้ได้ เนื่องจากว่า headset สำหรับนักบินที่เขาใช้นั้น มันทำให้เขาเจ็บหูเมื่อใช้ไปนานๆเนื่องจากว่ามันบีบหูเขามาก ถึงแม้ว่าทางบริษัทผู้ผลิตจะอ้างว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะให้เสียงระดับคุณภาพ ก็ตาม แต่มันก็ห่างจากความเป็นจริงนัก “สิ่งที่แย่สำหรับการเป็น audio engineer อย่างหนึ่งก็คือ ผมต้องได้ยินเสียงคุณภาพต่ำมาตลอดทั้งชีวิต” Jerry กล่าว... “ในห้องควบคุมการบินนั้น สำหรับการสื่อสาร เสียงที่ได้ยินจาก headset ถือว่าคุณภาพพอรับได้ แต่เมื่อผมได้เปลี่ยนมาฟังวิทยุที่ส่งสัญญาณมาจากเครื่อง GPS ของผม เสียงมันก็แย่ขึ้นมาทันที”


           ฉะนั้น Jerry จึงพัฒนา headset สำหรับนักบินขึ้นมาเฉพาะสำหรับเขาและคนใกล้ตัวเท่านั้น โดยประสบการณ์ของ Jerry ในการทำอุปกรณ์เพื่อป้องกันเสียงของนักบินหรือผู้โดยสารนั้นไม่ต่างกับสิ่งที่เขาทำเพื่อป้องกันศิลปินจากเสียงที่เป็นศัตรูกับประสาทหูของพวกเขาบนเวทีเท่าไหร่นัก ซึ่งนอกจากคุณภาพของเสียงที่ทำออกมาให้เท่ากับสิ่งที่เขาเคยผลิตมาก่อนหน้านั้นกับ custom in ear monitor ก็เพียงแค่เพิ่มระบบการสื่อสารเข้าไปเท่านั้นเอง

            ย้อนกลับมาเมื่อปี 2007 ในขณะนั้นสถานการณ์ของ Jerry ใน Ultimate Ears ไม่สู้ดีนัก เนื่องจากปัญหาต่างๆที่เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเติบโตของบริษัทที่ส่งผลต่อชีวิตของ Jerry เป็นอย่างมาก เขาจึงออกมาก่อตั้งบริษัทที่ชื่อ Jerry Harvey Audio ในเดือนตุลาคม โดยเป็นบริษัทที่ผลิต headset สำหรับนักบินหรือผู้โดยสารโดยเฉพาะ และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น JH Audio ในภายหลังเพื่อให้จำง่ายขึ้น ซึ่งตอนแรกตัว Jerry ยังไม่สามารถดำเนินงานได้เต็มที่ เนื่องจากว่าติดภารกิจกับ Ultimate Ears อยู่ แต่หลังจาก Jerry ผันตัวเองออกจากประธานบริษัท Ultimate Ears เมื่อต้นปี 2008 แล้ว เขาจึงเริ่มทำธุรกิจทางด้านการบินอย่างเต็มรูปแบบ


             ระหว่างปี 2008 ถึงต้นปี 2009  ยอดขาย headset ของ JHAUDIO ที่ตั้งชื่อ series ว่า JHA Aviation นั้น ไม่เป็นไปตามที่ Jerry คาดการณ์ไว้เลย เพราะถึงแม้ว่าเขาจะเป็นนักประดิษฐ์ระดับสูงสุดในวงการหูฟัง แต่ในวงการการบินนั้น น้อยคนนักที่จะรู้จักเขา ฐานลูกค้าในวงการการบินก็มีไม่มากเหมือนกับวงการดนตรี จึงทำให้ยอดขายของ JHA Aviation ไม่ค่อยจะดีเท่าที่ควร Jerry จึงคิดได้ว่าทำไมเขาไม่ทำอะไรที่เขาถนัดที่สุดและเป็นสุดยอดของสิ่งนั้นดูล่ะ ดังนั้นเขาเริ่มกลับมาทำหูฟัง Custom in-ear อีกครั้ง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับ Jerry เนื่องจากประสบการณ์กว่า 10 ปีที่เขาเคยพัฒนาหูฟังมา เทคโนโลยีและวิธีการผลิตทุกอย่างอยู่ในสมองของเขาอยู่แล้ว แต่การจะเดินกลับเข้าไปในวงการและทำตลาดอีกครั้ง มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่นั้น คนที่ซื้อ Custom earphones ของ Ultimate Ears  เขาเลือกซื้อที่ยี่ห้อ “Ultimate Ears” มีเพียงน้อยคนที่จะรู้จักว่าใครคือคนพัฒนาหูฟังที่พวกเขาซื้อ หรือว่าใครคือ Jerry Harvey แล้วด้วยชื่อเสียงที่โด่งดังมาสิบกว่าปี ทำให้ใครๆก็ต่างก็เชื่อถือและยึดมั่นในผลงานของ Ultimate ears ทั้งนั้น แล้วอย่างนี้ Jerry จะทำให้ JH Audio มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างที่เขาเคยทำให้กับ Ultimate Ears ได้ไหม แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่คนอย่าง Jerry นั้นก็วางแผนไว้แล้วว่าเขาควรทำอย่างไรที่จะกลับมาสั่นสะเทือนวงการและทำให้ ชื่อของ JH Audioเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปได้

             ก่อนหน้าที่ UE 11 Pro จะออกมานั้น คงมีเพียงไม่กี่คนที่คิดว่าจะมีหูฟังอันเล็กๆที่สามารถยัด driver เข้าไปได้ถึงข้างละ 4 ตัว และสามารถปรับแต่งเสียงให้มัน balance ไม่ตีกันเองได้  แต่หลังจาก UE 11 Pro ออกมาได้สักระยะนึง คนเหล่านั้นก็วาดฝันกันไปถึงหูฟังรุ่นใหม่ของ Ultimate Ears ที่มีมากกว่า 4 drivers แล้ว และมันได้เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อกลางปี 2009 ที่ผ่านมา  เมื่อมีการกำเนิดตัวหูฟังข้างละ 6 drivers ตัวแรกของโลก ภายใต้รหัสโมเดลที่เรียกว่า JH13 Pro ด้วยฝีมือของอัจฉริยะคนเดิม Jerry Harvey นั่นเอง นี่คือกลยุทธิ์ที่ Jerry นำมาใช้ในการเปิดตัว brand ของ JH Audio ในวงการหูฟังอย่างเป็นทางการ และมันก็ได้ผลเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพราะมีการพูดกันอย่างกว้างขวาง และยิ่งเมื่อลูกค้าโดยเฉพาะคนในวงการหูฟังทราบว่าคนผลิตคือ ผู้ก่อตั้ง Ultimate ears คนที่ผลิตหูฟังของ Utimate ears มาทุกรุ่น ทำให้มียอดสั่งทำ JH13 Pro อย่างถล่มทลาย จน order ของแต่ละคนต้องรอกันนานเพราะทางแล็ปผลิตไม่ทันกับความต้องการของลูกค้า

 

                 นอกจากนี้ยังมีกลยุทธิ์อื่นๆที่ทาง JH Audio ปล่อยออกมาเพื่อสร้างกระแสนิยมและตรงความต้องการของผู้บริโภค นั่นคือการเล่นเรื่องราคา คุณภาพของเสียงและการรับประกันแข่งกับหูฟังค่ายที่เขาเคยผลิตให้มาก่อน โดยผลิตภัณฑ์ของ JH Audio ทุกตัวนั้น (ยกเว้นตัว JH13 Pro) จะอ้างอิงกับผลิตภัณฑ์ของ ultimate ears ทุกตัว แต่มีการพัฒนาคุณภาพเสียงให้ดีขึ้น ในราคาที่ถูกกว่ามาก พร้อมกับการรับประกันที่มากกว่า Ultimate ears 1 ปี ถึงแม้ว่า Ultimate Ears จะเป็นแบรนด์ที่แข็งแค่ไหนก็ต้อง แต่โดนแบบนี้ไปก็ต้องมีสั่นคลอนแน่นอน

              ทุกๆอย่างเหมือนจะดำเนินไปได้ดีสำหรับ JH Audio แต่มันก็ไม่ง่ายเช่นนั้น เนื่องจากมีอุปสรรคชิ้นโตที่เข้ามาขวางทางเดินของ JH Audio นั่นก็คือการยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลโดย Ultimate Ears by Logitech โดยสั่งให้ JH Audio หยุดการผลิตทุกอย่างที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ Ultimate Ears แล้วทีนี้ Jerry จะทำอย่างไร เมื่อสินค้าของเขาแทบทุกตัวนั้นใช้เทคโนโลยีการผลิตเดียวกับ Ultimate Ears ทั้งสิ้น

                 ความพยายามของ Ultimate Ears ในการฟ้องร้อง JH Audio ในหลายๆข้อกล่าวหานั้นเกิดจากผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว จากการที่ Logitech ไปซื้อ Ultimate Ears มาจาก Jerry นั่นเอง ถึงแม้ว่า Jerry จะอ้างว่าการยื่นฟ้องในข้อหาต่างๆนั้นไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขของสัญญาก็ตาม แต่ทาง Ultimate Ears นั้นเชื่อว่า Jerry นั้นถูกจำกัดการผลิตในตัวสินค้าใดๆที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับ Ultimate Ears ภายใต้เงื่อนไขสัญญาการซื้อขาย ซึ่งในเบื้องต้นนั้น Ultimate Ears ก็ขอให้ศาลสั่ง JH Audio หยุดการผลิตสินค้าทุกอย่างจนกระทั่งได้มีการไต่สวน แต่ศาลไม่เห็นด้วยกับ Ultimate Ears เพราะศาลเห็นการบังคับใช้ให้หยุดการผลิตในข้อกล่าวหาเบื้องต้นนี้มันไม่สมเหตุสมผลและหว่านแหเกินไป ฉะนั้น JH Audio จึงสามารถดำเนินการธุรกิจเกี่ยวกับ Custom In Ear Monitor นี้ได้ต่อไป


                 “เราเชื่อว่าผู้พิพากษาได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนในกระบวนการชั้นศาลแล้ว และพวกเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับการที่ได้มีโอกาสสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสุดต่อไป และการบริการระดับบุคคคลสำหรับลูกค้าของเราที่เหนือกว่าเจ้าอื่น” Jerry กล่าวหลังจากได้รับชัยชนะต่อ Ultimate Ears ในครั้งนี้
         
               แม้ว่าตอนนี้ผลงานและชื่อเสียงจะเป็นที่ประจักษ์แก่ชาว audiophiles แทบทุกท่านแล้ว แต่ Jerry นั้นก็ยังไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาหูฟังให้ดีขึ้นไปอีก ซึ่งตอนนี้เขากำลังพัฒนาหูฟังตัวใหม่ที่อาจจะมีถึง 8 drivers ภายใต้โมเดลที่มีชื่อรุ่นว่า JH16 Pro แต่ข่าวที่ออกมานั้นก็ยังไม่แน่นอน 100% ทีเดียว ซึ่งภายในเดือนมกราคม 2010 นี้คงจะได้รู้กันว่าหูฟังตัวใหม่จะออกมาเป็นเช่นไร  แต่ไม่ใช่ทาง JH Audio เพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่กำลังซุ่มเร่งผลิตสินค้าตัวใหม่อยู่ ทาง Ultimate Ears ก็กำลังเร่งพัฒนาหูฟังตัวใหม่อยู่เช่นเดียวกัน เพราะกระแสที่มาแรงของทาง JH Audio จึงทำให้ Ultimate Ears ไม่สามารถหยุดนิ่งได้ ซึ่งก็เป็นผลดีให้แก่นักฟังเพลงและนักดนตรีอย่างพวกเราเป็นอย่างมาก ที่มี 2 บริษัทระดับคุณภาพแข่งขันกันสร้างสรรค์ผลงานระดับ Hi-End ที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆตามเทคโนโลยีที่สามารถจะทำได้ ทำให้เรามีโอกาสได้ฟังเพลงผ่านอุปกรณ์ที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น และทำให้เรามีความรักในดนตรีมากขึ้นด้วยเช่นกัน


                หลังจากเริ่มต้นก่อตั้งธุรกิจแบบครอบครัว มากับแบรด์ที่ชื่อว่า Ultimate Ears จนกลายไปเป็นธุรกิจขนาดใหญ่โต สุดท้าย Jerry ก็กลับมาสู่ธุรกิจแบบครอบครัวอีกครั้ง โดยในตอนนี้นั้น Jerry มีผู้ช่วยคนสำคัญในการช่วยดำเนินกิจการ JH Audio นั่นก็คือ Brittany Harvey และ Jaime Harvey ซึ่งเป็นภรรยาและลูกของ Jerry นั่นเอง โดยทั้งคู่เป็นกำลังหลักของบริษัทเลยทีเดียว ซึ่งการทำงานแบบนี้เป็นการทำงานที่ Jerry มีความสุขมากกว่าการบริษัทขนาดใหญ่ที่จะต้องมีความรับผิดชอบในดูแลบริษัทมากขึ้น และมีเวลาส่วนตัวในการทำสิ่งที่เขารักน้อยลง เหมือนกับสิ่งที่เขาเคยไปตระเวณทัวร์และ mix เพลงให้กับ Van Halen นั่นเอง เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เขารัก และแน่นอนว่าการพัฒนาและทำหูฟังให้กับคนรักเสียงเพลง ไม่ว่าจะเป็นนักฟังเพลงทั่วไป นักดนตรี หรือคนทำดนตรี ก็เป็นสิ่งที่เขารักเช่นเดียวกัน “ผมพยายามที่จะทำให้ทุกคนได้สิ่งที่เขาต้องการไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพของ เสียง และงานทางด้านดีไซน์ artwork” Jerry กล่าว... “ผมจะกลายเป็นคนที่เรื่องมาก ซึ่งถ้านั่นทำให้คุณภาพงานทุกชิ้นออกมาได้อย่างไม่มีที่ติ และในอนาคตนั้น ผมจะผลิตผลงานให้ออกมาดียิ่งขึ้นด้วยการลงทุนกับเครื่อง photorealistic printing สำหรับงาน artwork แล้วก็ผลิตหูฟังที่ให้เสียงที่มีคุณภาพมากที่สุดบนโลกนี้” Jerry เน้นย้ำ... ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งที่ Jerry กล่าวมานั้นไม่ใช่เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย ตราบใดที่ยังมีชายคนนี้อยู่ วงการหูฟังและดนตรีจะพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้งอย่างแแน่นอน “Jerry Harvey” พระเจ้าแห่งวงการหูฟังอย่างแท้จริง...


Contact us

Customer Service
     jetliveaudio@live.com
Dealer & Business cooperation
     business_jj@hotmail.com 

Telephone

     
Store: 097-0796514

 Line ID: jetliveaudio

Store Hours
   
Open Everyday 11.00 a.m. - 08.00 p.m.

Please Click Here for Location


Address

 บจก. เจ็ท ไลฟ์ ออดิโอ 388 Exchange Tower ชั้น 2
ยูนิต 210 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กทม. 10110

  Jet Live Audio Co., Ltd. 388 Exchange Tower 2nd fl
unit 210 Sukhumvit Rd. Klongtoey Klongtoey, Bangkok 10110


Shop

How to buy

International Order

Articles

Shop by Brand

Shop by Category

Sale & Promotion

Special Combo

Used Items

Hot Items

Recommended Items


Home

About Us

Our customers

Forum

Showroom

Demo List

Warranty & Return Policy

FAQ




Social Network




 Copyright © 2009-2014 Jet Live Audio Co., Ltd. All rights reserved.

 
  
view